www.gasforcars.net

ระบบความปลอดภัย ความปลอดภัยของระบบเชื้อเพลิงก๊าซ (NGV Safety Advice)

          ระบบNGV ได้ถูกออกแบบตามมาตรฐานที่ให้ความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานยุโรป ECER110 หรือ ISO 15501 หรือ มอก.2333 ซึ่งทำให้รถยนต์ของท่านมีความปลอดภัยและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ก๊าซธรรมชาติเป็นก๊าซประเภท(NON-TOXIC) และไม่เป็นอันตรายต่อการสูดหายใจเข้าไปในปริมาณความเข้มข้นต่ำและก๊าซธรรมชาติมีน้ำหนัก เบากว่าอากาศ ดังนั้นเมื่อมีการรั่วตามจุดข้อต่อต่างๆ ก๊าซธรรมชาติจะลอยขึ้นสู่อากาศ ไม่สะสมในรถยนต์
กรณีที่สงสัย หรือพบว่ามีการรั่วไหลของก๊าซ ควรปฏิบัติดังนี้
  1. ดับเครื่องยนต์และเข็นรถไปในที่โล่งแจ้ง
  2. ปิดวาล์วมือที่ถังบรรจุก๊าซธรรมชาติ และกลับไปใช้เชื้อเพลิงก๊าซโซลีน
  3. นำรถมาตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้มาตรฐาน
การตรวจสอบสำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบ NGV ใหม่
  1. การตรวจสอบที่ระยะ 1,000 กิโลเมตร เมื่อใช้งานไปแล้ว 1,000กิโลเมตร กรุณานำรถเข้าศูนย์ติดตั้งNGV เพื่อทำการปรับตั้ง (Tune up) ระบบการทำงานทั้งระบบ
  2. การตรวจสอบประจำปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  3. การตรวจสอบและรับรองถังบรรจุเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ทุกๆ 5 ปี
การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามคู่มือปกติ
  1. รักษาระบบการจุดระเบิด(Ignition System) ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์
  2. เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่บริษัทผู้ผลิตแนะนำ
  3. เปลี่ยนกรองอากาศตามระยะ ทุก 10,000-20,000 กิโลเมตร
  4. ทำความสะอาดกรองอากาศทุกๆสัปดาห์
  5. เปลี่ยนกรองก๊าซ NGV ทุก 40,000 กิโลเมตร หรือ ทุก 1 ปี
  6. เปลี่ยนหัวเทียนทุกๆ 30,000 กิโลเมตร
  7. ควรใช้ระบบเชื้อเพลิงน้ำมันอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ของการใช้/วัน
  8. ตรวจสอบการตั้งค่าการทำงานในระบบเชื้อเพลิง NGV เมื่อมีการซ่อมแซมเครื่องยนต์ใหม่
  9. ตรวจสอบข้อต่อ อุปกรณ์ NGV (ยกเว้นอุปกรณ์ไฟฟ้า) ด้วยน้ำสบู่ทุกเดือน
หมายเหตุ ในการตรวจสอบปัญหาของระบบก๊าซ ต้องเดินเครื่องยนต์ในโหมดก๊าซ และต้องมีก๊าซอย่างน้อย ½ ถัง
ข้อควรระวังในการใช้งานและการดูแลรักษาเครื่องยนต์ที่ใช้ CNG
          นอกจากการดูแลตรวจเช็คเครื่องยนต์และระบบอื่นๆของรถยนต์ตามปกติแล้ว รถยนต์ที่ใช้ก๊าซมีข้อควรระวังการใช้งานและจะต้องมีการดูแลระบบจ่ายก๊าซเพิ่มเติมจากปกติดังนี้
  1. ตรวจเช็ครอยรั่วซึมของก๊าซ ตามข้อต่อและจุดต่างๆทุกเดือน โดยใช้ฟองสบู่หรือเครื่องตรวจวัดการรั่วของก๊าซ
  2. ตรวจเช็คและทำความสะอาดไส้กรองอากาศทุกๆ 5,000กิโลเมตร ซึ่งบ่อยกว่าการตรวจเช็คเมื่อใช้น้ำมันเบนซินเพียงอย่างเดียว(ปกติ 10,000กิโลเมตร)
  3. ตรวจสอบอุปกรณ์สำหรับเติมก๊าซ ถังก๊าซตรวจน็อตที่ยึดถังก๊าซทุกเดือน(โดยเฉพาะรถใหญ่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ)
  4. ควรตรวจเช็คและตั้งบ่าวาล์วไอเสียทุกระยะ 40,000 -60,000 กม. เพราะบ่าวาล์วไอเสียของเครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซ NGV และ LPG จะมีโอกาสสึกหรอเร็วกว่าการใช้น้ำมันเบนซิน จึงควรที่จะใช้น้ำมันเบนซินสลับกับการใช้ก๊าซ เพื่อให้น้ำมันเบนซินไปเคลือบบ่าวาล์วบ้าง เพื่อให้มีอายุการใช้งานนานขึ้น
  5. ห้ามดัดแปลงอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวกับการใช้งานก๊าซที่ได้รับการติดตั้งจากศูนย์ที่ได้มาตรฐาน หากมีปัญหาให้รีบติดต่อศูนย์บริการที่ติดตั้งมาทันที
  6. อุปกรณ์ที่ติดตั้งระบบก๊าซควรใช้ของใหม่ที่ได้มาตรฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดเท่านั้น
  7. ห้ามเติมก๊าซเกินแรงดันที่กำหนดไว้ของถัง จะทำให้ถังเสื่อมคุณภาพเร็ว
  8. เพื่อรักษาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ควรใช้น้ำมันสตาร์ทเครื่องยนต์ก่อนและหลังการใช้
  9. หากเกิดการรั่วไหลของก๊าซให้รีบหยุดรถ และดับเครื่องยนต์โดยทันที รีบปิดวาล์วที่ถังก๊าซและห้ามทำการใดๆ ที่ทำให้เกิดประกายไฟ ตรวจดูว่าหากไม่มีการรั่วไหลเพิ่ม ให้เปลี่ยนระบบมาใช้น้ำมันสตาร์ทเครื่องแล้วรีบนำรถเข้าไปยังศูนย์บริการที่ติดตั้งโดยทันที
  10. หากเกิดไฟไหม้ที่ตัวรถให้รีบดับเครื่องยนต์ ปิดวาล์วที่ถังก๊าซโดยทันทีถ้าทำได้ และออกห่างจากตัวรถ หรือพยายามดับไฟที่แหล่งกำเนิด แล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  11. เพื่อรักษาประสิทธิภาพ และคุณภาพของชิ้นส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบน้ำมัน ควรมีน้ำมันติดถังไว้อย่างน้อย 1ส่วน4 ถังเสมอๆ และเพื่อป้องกันระบบปั๊มน้ำมันเสียหาย

ควรมีน้ำมันติดถังไว้อย่างน้อย 1 ส่วน 4 ถังเสมอ
การรันอินสำหรับรถติดตั้งNGVใหม่
          หลักปฏิบัติง่ายๆสำหรับผู้ที่ติดตั้งNGVใหม่ เมื่อรับรถยนต์มาจากศูนย์ติดตั้ง NGV ให้ขับขี่อัตราเร็วปานกลาง(อย่าใช้อัตราความเร็วสูงมาก) ในช่วง 500 กิโลเมตรแรก การเร่งเครื่องยนต์ควรทำอย่างนิ่มนวล พยายามสตาร์ทเครื่องยนต์ครั้งเดียวให้ติด(โดยเฉพาะเมื่อเครื่องเย็น) ในช่วง 500 กิโลเมตรแรก ควรขับขี่เป็นระยะทางไกลๆติดต่อกัน ควรเปลี่ยนอัตราเร็วของรถยนต์ไปยังค่าต่างๆ ไม่ควรขับขี่ด้วยอัตราเร็วคงที่ อยู่ตำแหน่งใด ตำแหน่งหนึ่งนานเกิน 3-4 นาที ทั้งนี้เพื่อกระจายการสึกหรอให้เกิดอย่างสม่ำเสมอ เมื่อครบกำหนด 1,000 กิโลเมตรแรก ต้องเข้าศูนย์ติดตั้ง NGV เพื่อปรับตั้งระบบการทำงานทั้งระบบ สำหรับรถใหม่(ป้ายแดง) ควรต้องเข้าศูนย์บริการของรถยนต์ยี่ห้อที่ซื้อมา เพื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรองน้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์ และน้ำมันเฟืองท้าย ด้วย
การเริ่มต้นใช้งาน
          เมื่อท่านเข้าไปนั่งในรถยนต์ของท่านแล้ว บนหน้าคอนโซลท่านจะพบ “สวิตซ์เปลี่ยนเชื้อเพลิง” (Change over switch) ซึ่งมีอยู่หลายแบบ แล้วแต่ยี่ห้อที่ท่านใช้ แต่หลักการทำงานคล้ายๆกัน สวิตซ์ดังกล่าวจะมีปุ่มอยู่ 1 ปุ่ม ซึ่งใช้กดเพื่อเปลี่ยนชนิดของเชื้อเพลิงในขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงาน
ตัวอย่างสวิตซ์เลือกเชื้อเพลิง(Change over switch)

ไฟแสดงสถานะใช้เชื้อเพลิง
การใช้เชื้อเพลิงก๊าซ
          ขณะที่เริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ในตอนแรก เครื่องยนต์ยังไม่ร้อน เช่น ตอนเช้าหรือจอดรถทิ้งไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง ควรจะต้องสตาร์ทเครื่องยนต์โดยใช้น้ำมันก่อน วิ่งรถไปประมาณ 10 นาที หรือจนกว่าเกจวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์อยู่ในระดับความร้อนปกติ
          นั่นหมายความว่า รถของท่านอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อม (Stand-by mode) ที่จะเปลี่ยนจากระบบใช้น้ำมันไปเป็นระบบใช้ NGV
          ตามที่ได้กล่าวข้างต้น เกณฑ์พื้นฐานที่กำหนดของระบบ ที่จะเปลี่ยนการทำงานจากการใช้น้ำมันมาเป็นการใช้ก๊าซ สามารถอธิบายได้ดังนี้
  1. อุณหภูมิของอุปกรณ์ลดแรงดัน จะต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 45 องศาเซลเซียส อุปกรณ์ลดแรงดันต้องการน้ำร้อนจากเครื่องยนต์ เพื่อใช้อุ่นก๊าซภายในอุปกรณ์ลดแรงดัน เพื่อจะลดความหนาแน่นของก๊าซ เพื่อเครื่องยนต์ทำงานให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
  2. เมื่ออุณหภูมิถึง 45 องศาเซลเซียสแล้ว เวลาจะต้องหน่วง(Time delay) อย่างน้อย 25 วินาที ด้วยข้อกำหนดทั้ง2 ข้อนี้ ECU จะสั่งการเปลี่ยนชนิดของเชื้อเพลิงจากน้ำมันไปเป็นก๊าซโดยอัตโนมัติ หลังจากเหยียบคันเร่ง และรอบของเครื่องยนต์ถึง 1,600 รอบ/นาที แล้ว
การใช้เชื้อเพลิงก๊าซ
          แต่อย่างไรก็ตาม โปรดระลึกอยู่เสมอว่า เครื่องยนต์ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับน้ำมัน ถึงแม้ว่าระบบ NGV จะไม่เป็นปัญหากับเครื่องยนต์ของท่านก็ตาม จะเป็นการดีที่จะให้รถยนต์ของท่านทำงานด้วยน้ำมันบ้างในบางครั้งบางคราว เพื่อให้สารจำพวกคาร์บอนก่อตัวขึ้นบนวาล์วไอเสีย เพื่อลดความร้อน ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อระยะของบ่าวาล์ว (Valve clearance) ของเครื่องยนต์ได้

วิธีการแก้ไขเบื้องต้น

กรณีเครื่องยนต์ดับ เมื่อสวิทซ์ไปทำงานด้วยก๊าซธรรมชาติ
สาเหตุของปัญหา การแก้ไขเบื้องต้น
ก๊าซธรรมชาติในถังบรรจุหมด เติมเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติหรือสวิทซ์ไปทำงานด้วยเชื้อเพลิงแก๊สโซลีน
ฟิวส์ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุม NGV ขาด เปลี่ยนฟิวส์(ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับตำแหน่งของฟิวส์ที่ใช้ในระบบ)
กรณีกำลังเครื่องยนต์ตก หรือเร่งไม่ขึ้นเมื่อใช้ก๊าซธรรมชาติ
สาเหตุของปัญหา การแก้ไขเบื้องต้น
ก๊าซธรรมชาติในถังบรรจุหมด เติมเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติหรือสวิทซ์ไปทำงานด้วยเชื้อเพลิงแก๊สโซลีน
อุปกรณ์ลดความดัน(NGV Reducer) สกปรกหรืออุดตัน บิดสวิทซ์ไปใช้งานด้วยเชื้อเพลิงแก๊สโซลีน และให้ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบ
การจ่ายเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ
ไม่เหมาะสม
บิดสวิทซ์ไปใช้งานด้วยเชื้อเพลิงแก๊สโซลีน และให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
หัวเทียนหมดอายุการใช้งาน เปลี่ยนหัวเทียน
กรณีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น
สาเหตุของปัญหา การแก้ไขเบื้องต้น
การอุดตันของกรองอากาศ ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนกรองอากาศ
การรั่วของก๊าซธรรมชาติ ปิดวาล์วที่ถังบรรจุก๊าซ และให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
การผิดพลาดของระบบควบคุมเชื้อเพลิงECU ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบหรือจูนระบบใหม่

แนวทาง...ในการปฏิบัติเมื่อรถ NGV เกิดอุบัติเหตุ

1. อุบัติเหตุจากการชน
  • จอดรถ ดึงเบรกมือ กดสวิทซ์ไปใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน เปิดกระจก
  • ปิดสวิทซ์ กุญแจ และดึงกุญแจออกจากสวิทซ์กุญแจ
  • ลงจากรถนำของมีค่าและถังดับเพลิง(ถ้ามี) ออกมาด้วย
  • เปิดฝากระโปรงหน้า-หลัง เพื่อสังเกตดูอาการผิดปกติ
  • ปิดวาล์วหัวถัง NGV ที่ท้ายรถแล้วเปิดฝากระโปรงท้ายทิ้งไว้
  • หากมีกลิ่นก๊าซหรือน้ำมันเชื้อเพลิง ให้รีบออกห่างจากรถพอสังเกตเห็นได้
  • หากเกิดเพลิงไหม้ให้รีบดับที่ต้นเพลิงทันที หรือแจ้งเหตุฉุกเฉิน
  • หลังเกิดอุบัติเหตุ ก่อนใช้รถระบบNGVอีก ควรนำรถของท่านเข้าศูนย์ติดตั้งNGV เพื่อเข้ารับการตรวจเช็คจากช่างผู้มีความชำนาญในระบบ NGV ก่อน

2. อุบัติเหตุจากการกระแทกช่วงล่าง หรือ ใต้ท้องรถยนต์
  • จอดรถ ดึงเบรกมือ กดสวิทซ์ไปใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน ดับครื่องยนต์ และดึงกุญแจออก
  • ลงจากรถ พร้อมสังเกตกลิ่นรั่วของเชื้อเพลิงทั้งสองชนิด แล้วรีบเปิดฝากระโปรงท้ายรถ ปิดวาล์วมือที่หัวถังก๊าซ NGV
  • ถ้าเชื้อเพลิงรั่ว ให้แจ้งเหตุฉุกเฉิน และห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์อีก เพราะอาจเกิดเพลิงลุกไหม้ได้
  • ให้สังเกตการณ์รั่วโดยพิสูจน์กลิ่นประมาณ 5 นาที
  • ถ้าไม่มีกลิ่นเชื้อเพลิงรั่ว ให้ทดลองสตาร์ทเครื่องยนต์ ซึ่งปกติจะต้องสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยน้ำมัน ด้วยตัวระบบแล้วทุกครั้ง เมื่อเครื่องติดสังเกตกลิ่นอีกประมาณ 3 นาที
  • ทดลองเปิดวาล์วที่ถังก๊าซ NGV แล้วกดสวิทซ์ ใช้ระบบเชื้อเพลิงก๊าซ NGV สังเกตกลิ่นก๊าซ NGV อีกครั้ง ถ้าไม่มีกลิ่นผิดปกติ ก็ขับรถต่อไปได้ แต่ถ้ามีกลิ่นก๊าซNGV อยู่ให้ยกเลิกการใช้ระบบเชื้อเพลิงก๊าซ แล้วขับด้วยระบบน้ำมันแทน ควรนำรถเข้าศูนย์ติดตั้ง NGV เพื่อให้ช่างผู้ชำนาญตรวจสอบระบบ NGV อีกครั้ง
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่ให้ความอนุเคราะห์ข้อมูล
ผู้จำหน่ายอุปกรณ์แก๊ส
รวมบททดสอบประสิทธิภาพชุดหัวฉีดแก๊สรถยนต์
All site contents copyright© by Gas for cars Magazine All Rights Reserved.   
Popular Tags: gas, lpg, ngv, น้ำมัน, ติดแก๊ส, รถติดแก๊ส