|
เอ็นจีวีพลัส คาดเอ็นจีวีมีโอกาสเติบโตคู่ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงการค้าของภูมิภาคอาเซียนด้วยเส้นทาง R3a, R3b,R8 และ R9 เชื่อถ้าโครงข่ายคมนาคมแล้วเสร็จจะเป็นโอกาสเชื่อมโยงพลังงาน ทั้งในรูปแบบของน้ำมัน แอลพีจี เอ็นจีวี และแอลเอ็นจี ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องประมาณ 10 ปี
คุณ
โชคดี สิทธิ์บูรณะ
ผู้จัดการ บริษัท เอ็นจีวีพลัส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย gasforcars ถึงแนวโน้มการตลาดก๊าซรถยนต์ว่า มีโอกาสเติบโตคู่กับระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างภูมิภาคอาเซียนด้วยเส้นทาง R3a เชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงราย-เชียงของ-ห้วยทราย (ลาว)-บ่อหาน(จีน)-เชียงรุ้ง-คุนหมิง R3b เส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงราย-แม่สาย-พม่า-เชียงตุง-คุนหมิง เส้นทาง R8 เชื่อมระหว่างนครพนม-แขวงคําม่วน (ลาว) และเข้าสู่เวียดนามที่วินห์ เพื่อเชื่อมกับเส้นทาง R1 ที่เวียดนาม และเส้นทาง R9 เชื่อมระหว่างมุกดาหาร-แขวงสะหวันนะเขต (ลาว) และเข้าสู่เวียดนามที่ลาวบาว เพื่อเชื่อมกับเส้นทาง R1 ที่เวียดนาม
ถ้าหากโครงข่ายถนนที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคเหล่านี้ก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านการคมนาคมขนส่งอย่างมากมาย ส่งผลให้วงการก๊าซรถยนต์มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกประมาณ 10 ปี ถ้าหากเกิดระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งจะพัฒนาเป็นโลจิสต์ติกส์รางคู่ในอนาคต ซึ่งจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงเรื่องพลังงานในภูมิภาคโดยเริ่มต้นจากน้ำมัน ต่อเนื่องถึงเอ็นจีวี แอลพีจี และแอลเอ็นจีในอนาคต ขณะนี้ผู้ประกอบการในวงการเอ็นจีวีที่สั่งสมประสบการณ์และทุนมาได้ระดับหนึ่ง เริ่มมีการขยับตัวเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้ ในส่วนของเอ็นจีวีพลัสประเมินว่าในด้านโลจิสติกส์สำหรับการขนส่งนั้น ก๊าซเอ็นจีวีจะเป็นตัวนำ โดยที่พลังงานทางเลือกประเภทอื่นจะเป็นตัวตาม เนื่องจากปัจจุบันเส้นทางต่าง ๆ ทั้ง R3a,R3b,R8 และR9 กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง หากตัดถนนเหล่านี้แล้วเสร็จจะเห็นภาพการลงทุนทางด้านพลังงานในภูมิภาคมีการเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน
ดังจะเห็นได้จากปัจจุบันประเทศไทยมีการลงทุนเรื่องสถานีเอ็นจีวี ประเทศจีนมีการวางโครงข่ายสถานีก๊าซธรรมชาติอย่างหนาแน่น ขณะเดียวกันประเทศเวียดนาม และพม่ากำลังเตรียมความพร้อมในการพัฒนาพลังงานประเภทนี้ พอถึงจุดที่เส้นทางเชื่อมโยงกันหมด พลังงานทุกรูปแบบจะเริ่มขยับตัวตาม คาดว่าในส่วนของก๊าซเอ็นจีวีจะเข้าไปมีบทบาทในส่วนของรถขนส่งขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในด้านโลจิสติกส์อย่างแน่นอน
คุณโชคดี กล่าวถึงทิศทางการตลาดของเอ็นจีวีพลัสว่า มีการขยายงานรองรับการเติบโตของตลาดระดับภูมิภาคอาเซียนอย่างแน่นอน ทุกอย่างจะเห็นเป็นรูปธรรมอย่างเต็มรูปแบบต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี
ในส่วนของการเปิดเสรีอาเซียนนั้น เดือนมกราคมนี้มีการเปลี่ยนโฉมอย่างแน่นอนแล้ว คาดว่าการเปลี่ยนแปลงจะมีการเดินหน้ากันอย่างเต็มที่ภายใน 5 ปี โดยปี 2553 ถือว่าเป็นปีแห่งการเริ่มต้น และเป็นความท้าทายใหม่สำหรับเอ็นจีวีพลัสในการปรับตัวรองรับโอกาสใหม่ ๆ ที่ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่การติดตั้งและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ก๊าซรถยนต์แต่เพียงอย่างเดียว
ที่ผ่านมาเอ็นจีวีพลัสมีบทบาทในด้านการเป็นผู้ให้บริการทางด้านก๊าซรถยนต์ มีทีมตรวจสอบ มีทีมงานจัดจำหน่ายที่มุ่งซัพพลายสินค้าคุณภาพ ขณะเดียวกันในส่วนของงานติดตั้งอุปกรณ์ก๊าซรถยนต์ได้พยายามมุ่งเน้นการบริการที่ดีมีคุณภาพได้มาตรฐานความปลอดภัย และในอนาคตเรากำลังจะขยายกิจการไปในส่วนต่าง ๆ เพิ่มเติมอีกหลายด้าน คาดว่าใช้เวลาอีกประมาณครึ่งปีจึงจะเห็นภาพที่ชัดเจน คุณโชคดีกล่าวสรุปในตอนท้าย
|