www.gasforcars.net
รายละเอียดข่าว
วิฑูรย์ วงษ์สวรรค์ จอมยุทธ์ “Dedicate” ตัวจริงเสียงจริง!
11 พ.ค. 2552

“โครงการซีเอ็นจีที่ปากีสถานก้าวหน้ามาก ทั้ง ๆ ที่เดิมเขามาศึกษาโครงการทดลองซีเอ็นจีในไทย แต่พอกลับประเทศ เขามีการทำสถานีแก๊สธรรมชาติขนาดใหญ่ 4 สถานี แล้วก็มีการเปลี่ยนรถมาใช้ซีเอ็นจีอย่างจริงจัง ความแตกต่างระหว่างเขากับเราก็คือปากีสถานเขาทำแล้วใช้ ส่วนของเราทำแล้วทิ้ง” 

 
วิฑูรย์ วงษ์สวรรค์
จอมยุทธ์ “Dedicate” ตัวจริงเสียงจริง!
         ปัจจุบันแก๊สรถยนต์นับเป็นพลังงานทางเลือกอันดับต้น ๆ ที่คนไทยให้การยอมรับในด้านของความประหยัด มีสมรรถนะใกล้เคียงกับน้ำมัน และผู้ใช้รถยนต์สามารถเข้าถึงได้ง่าย
        แต่กว่าคนไทยจะให้การยอมรับว่าแก๊สสามารถใช้กับรถยนต์ได้ดีเฉกเช่นทุกวันนี้ ย่อมใช้เวลาพิสูจน์เป็นเวลาหลายสิบปี และมีบุคลากรในวงการแก๊สรถยนต์เพียงไม่กี่คนที่สามารถยืนหยัดกิจการผ่านสภาวะขึ้น ๆ ลง ๆ ของธุรกิจนี้โดยไม่รู้สึกท้อถอย
        แน่นอนว่าหากจะไล่เรียงรายชื่อของบุคลากรวงการแก๊สที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้อย่างเอกอุ “อาจารย์วิฑรูย์ วงสวรรค์” แห่งศูนย์ติดตั้ง “มิสเตอร์ออโต้แก๊ส” ผู้เข้าสู่วงการแก๊สรถยนต์มาตั้งแต่ปี 2518 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดวิกฤติดีเซลขาดแคลนครั้งแรก น่าจะเป็นบุคคลที่คนในวงการแก๊สรถยนต์คิดถึงเป็นอันดับต้น ๆ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการดัดแปลงแก๊สระบบ “Dedicate”
         ถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่าการดัดแปลงเครื่องยนต์ดีเซลให้สามารถใช้แก๊ส 100% เพิ่งจะมานิยมทำกันอย่างแพร่หลายเมื่อไม่กี่ปี ขณะที่การดัดแปลงเครื่องยนต์เบนซินมาเป็นแก๊สนั้นได้รับความนิยมมาหลายสิบปี 
         แต่ถ้าใครมีโอกาสเสาะแสวงหาความรู้เกี่ยวกับการใช้แก๊สในเครื่องยนต์กลไกอย่างเอาจริงเอาจัง ก็จะพบว่าการดัดแปลงเครื่องยนต์ดีเซลมาใช้แก๊สนั้นในบ้านเราได้มีคนทำสำเร็จมาเป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้ว
        ส่วนความเป็นมาของการดัดแปลงเครื่องยนต์ดีเซลมาใช้แก๊สนั้นเริ่มขึ้นจากสาเหตุอะไร และมีการดัดแปลงมาใช้กันอย่างแพร่หลายที่ไหน
        “อาจารย์วิฑูรย์” น่าจะเป็นผู้ไขคำตอบได้ดีที่สุด...!!!
 
เปิดตำนาน “Dedicate” สายพันธุ์ไทย
         เมื่อไปถึงศูนย์ติดตั้ง มิสเตอร์ออโต้แก๊ส ที่ตั้งอยู่บนถนนพุทธมณฑลสาย 8 ริมแม่น้ำนครชัยศรี สิ่งที่ทีมงาน “gasforcars” สัมผัสได้ทันทีก็คือบรรยากาศสงบเงียบเย็นสบายแบบชานเมือง ขณะเดียวกันตัวอาคารที่ทำการของสำนักติดตั้งแก๊สแห่งนี้เป็นเรือนไม้ที่ดัดแปลงมาจากบ้านพัก โดยมีศูนย์ติดตั้งเป็นอาคารตั้งอยู่ใกล้ ๆ กันนั้น ยิ่งขับเน้นให้เห็นความสมถะของเจ้าของกิจการที่ชื่นชอบความเรียบง่าย ปราศจากการสร้างภาพ หรือพิธีรีตองใด ๆ
         “วิกฤติการณ์น้ำมันครั้งที่ 1 เกิดขึ้นเมื่อปี 2518 เกิดปัญหาขาดแคลนดีเซลอย่างมาก” อาจารย์วิฑูรย์เริ่มต้นเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งครั้งนั้นยังรับราชการเป็นช่างอยู่กรมเจ้าท่าหรือกรมขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวีในปัจจุบัน
         ปัญหาขาดแคลนดีเซลในครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในคลองสรรพามิตอย่างมาก จนถึงขั้นไม่มีน้ำมันเติม ด้วยความที่สนใจในเรื่องเครื่องยนต์กลไกอยู่ในสายเลือด ทำให้อาจารย์วิฑูรย์ทดลองนำเครื่องยนต์อีซูซุขนาด 6 สูบ และนิสสันอาร์ดี ขนาด 8 สูบ ที่ใช้สูบน้ำเข้านากุ้ง มาปรับเปลี่ยนใส่หัวเทียน โดยเอาจานจ่ายของรถอเมริกัน พวกเชฟโรเลต ฯลฯ มาดัดแปลงใส่ เพื่อให้สามารถใช้แก๊สแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมันดีเซลได้สำเร็จ เป็นรายแรก ๆ ของประเทศไทย
         “ช่วงนั้นผมไม่ได้ทำเพื่อการค้า ทำเป็นแบบช่วยเหลือ เป็นการให้วิทยาทาน พอมีคนนำเครื่องมาดัดแปลงแล้วได้ผลดีก็แนะนำให้คนอื่น ๆ นำเครื่องยนต์ดีเซลมาทำบ้าง ผลสุดท้ายบ้านผมมีกุ้งกินมากจนแทบไม่อยากกิน”
         การดัดแปลงเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้ในการเกษตรของ “อาจารย์วิฑูรย์” ในยุคนั้น แทบจะเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของระบบดีดิเขตในเมืองไทย ที่เริ่มต้นด้วยการดัดแปลงเครื่องยนต์มากถึง 300 เครื่องภายในเวลา 2 ปี แต่พอถึงปี 2519 ปัญหาขาดแคลนน้ำมันดีเซลเริ่มคลี่คลาย พร้อม ๆ กับการขุดค้นพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น มีนโยบายปรับปรุงให้กรมธุรกิจพลังงานทหารเป็นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.ในปัจจุบัน) 
          “เครื่องยนต์ที่แปลงเป็นดีดิเขตในยุคนั้นคาดว่าทุกวันนี้เหลืออยู่ไม่เกิน 40 เครื่อง คนที่ยังเก็บรักษาไว้เขายังระลึกถึงผมอยู่”
         ล่วงเข้าสู่ปี 2526 ได้เกิดวิกฤติการณ์น้ำมันครั้งที่ 2 กระทรวงคมนาคมในยุคที่คุณสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ขอยืมตัว “อาจารย์วิฑูรย์” จากกรมเจ้าท่ามาดูแลโครงการทดลองใช้แก๊สธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการขนส่ง โดยได้รับความช่วยเหลือเป็นไพล็อตโพรเจ็กต์จากรัฐบาลนิวซีแลนด์
         “ตอนนั้น ดร.ไมค์ มัวร์ เป็นรัฐมนตรีพลังงานของนิวซีแลนด์ ได้เมตตาให้งบช่วยเหลือมา 7.8 ล้านบาท ทดลองทำโครงการสถานีเอ็นจีวีแห่งแรก ซึ่งสมัยนั้นเรียกว่าสถานีซีเอ็นจี โดยขอที่ดินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต โรงจักรพระนครใต้ ระยะแรกสามารถเติมแก๊สให้รถบัสได้ครั้งละ 5 คัน นี่คือกำเนิดการใช้ซีเอ็นจีครั้งแรกในประเทศไทย ไม่ใช่ปี 2536 อย่างที่เข้าใจกัน” “อาจารย์วิฑูรย์ กล่าวยืนยัน
  
“ดีดิเขต” ยุคแรก ๆ ใช้ได้ดีไม่มีปัญหา
         หลายคนอาจจะสงสัยว่าดีดิเขตยุคนั้นกับยุคนี้เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร “อาจารย์วิฑูรย์” กล่าวว่าแก่นของวิชายังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากหลังจากดัดแปลงเครื่องยนต์ดีเซลจากน้ำมันมาเป็นแก๊สธรรมชาติแล้วสามารถใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา แต่ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นก็คือการรับบัณฑิตว่างงานมาขับรถเมล์ขสมก. จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อย มีชนกันบ้าง ขณะที่อุบัติเหตุที่เกิดจากแก๊สโดยตรงไม่ค่อยมี
         หลังจากจบโครงการแล้ว บังเอิญปัญหาวิกฤติน้ำมันหมดไป คนไทยส่วนใหญ่เลิกสนใจใช้แก๊สกับรถยนต์ ก็เลยไม่มีใครสานโครงการต่อ อาจารย์วิฑูรย์ที่กำลังอินอยู่กับการดัดแปลงเครื่องยนต์แก๊สธรรมชาติ จึงตัดสินใจเดินทางไปศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับแก๊สรถยนต์ในต่างประเทศหลาย ๆ ประเทศ ทั้งในอินเดีย ปากีสถาน อิตาลี และที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา
         “โครงการซีเอ็นจีที่ปากีสถานก้าวหน้ามาก ทั้ง ๆ ที่เดิมเขามาศึกษาโครงการทดลองซีเอ็นจีในไทย แต่พอกลับประเทศ เขามีการทำสถานีแก๊สธรรมชาติขนาดใหญ่ 4 สถานี แล้วก็มีการเปลี่ยนรถมาใช้ซีเอ็นจีอย่างจริงจัง ความแตกต่างระหว่างเขากับเราก็คือปากีสถานเขาทำแล้วใช้ ส่วนของเราทำแล้วทิ้ง”
         นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ “อาจารย์วิฑูรย์” มีโอกาสได้เข้าไปร่วมวางระบบสถานีซีเอ็นจีในประเทศปากีสถาน ทำให้มีโอกาสได้ดูแลทั้งเรื่องคอนเวอร์ชั่น การติดตั้ง และดัดแปลงรถแก๊สธรรมชาติที่ปากีสถาน หลังจากนั้นได้ไปร่วมงานกับบีแอนด์บี อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เมืองโบลองญ่า และมีโอกาสได้ทำรถแก๊ส 38 คัน ทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมมากมาย โดยในช่วงนั้นต้องรับบทหนักทั้งเรียนและทำงาน
         “การดัดแปลงรถจากน้ำมันมาใช้แก๊สไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ว่าจะทำในยุคใดสมัยใดล้วนมีเบสิกเหมือนกัน ผมยังติดใจคำพูดของรูด๊อฟดีเซลที่ระบุว่าเครื่องยนต์ดีเซลของเขาจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถ้าหากว่าได้ใช้แก๊สร่วมด้วย”
         หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในวงการแก๊สรถยนต์ในต่างประเทศนาน 5 ปีเต็ม “อาจารย์วิฑูรย์ได้ตัดสินใจกลับเมืองไทย ซึ่งเป็นช่วงปี 2534 ยุคที่น้ำมันราคาลิตรละ 6 บาท และคนไทยแทบไม่มีใครรู้จักซีเอ็นจี เขาจึงตัดสินใจประกอบอาชีพทำทัวร์ ในรูปธุรกิจต่อเรือวิ่งจากภูเก็ตไปเกาะพีพี ช่วงนั้นเป็นจังหวะที่ปตท.เริ่มมีสถานีเอ็นจีวีแห่งแรก และมีการนำเข้ารถซีเอ็นจียี่ห้อแมน จำนวน 44 คัน มาทำเป็นรถเมล์วิ่งสาย 503 ในเส้นทางสายใต้-รังสิต ส่วนสาย 524 เป็นรถยี่ห้อเบนซ์ประมาณ 40-50 คันวิ่งอยู่แถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
         “ผมเคยเข้าไปเสนอให้ปตท.ดัดแปลงรถเมล์เอ็นจีวี โดยเสนอราคาคันละ 2-3 แสนบาท ปรากฎว่าโครงการไม่ผ่าน เพราะปตท.ตัดสินใจซื้อรถใหม่จากต่างประเทศแทน” 
 
จุดกำเนิด “มิสเตอร์ออโต้แก๊ส” 
         อย่างไรก็ตาม อาจารย์วิฑูรย์ ได้กลับเข้าสู่วงการแก๊สรถยนต์อีกครั้งในช่วงปี 2538 โดยเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทเอกชนอยู่ 2-3 ปี หลังจากนั้นจึงก่อตั้งอู่ติดตั้งแก๊สเล็ก ๆ รับติดตั้งแก๊สทุกระบบทั้งเอ็นจีวี แอลพีจี หรือแม้กระทั่งดัดแปลงเครื่องยนต์ทางการเกษตรให้สามารถใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมัน ก่อนจะย้ายมาใช้บริเวณบ้าน ที่อยู่ใกล้กับแม่น้ำนครชัยศรี  ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอต่อการรับติดตั้งรถขนาดใหญ่ เป็นศูนย์ติดตั้งแห่งใหม่ และดำเนินธุรกิจเช่นเดิมต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
         “ผมคลุกคลีอยู่ในวงการแก๊สรถยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาหลายปี เทคโนโลยีติดตั้งแก๊สยังคงมีหลักการทำงานเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือระบบดีดิเขตต้องสร้างห้องเผาไหม้ใหม่ แล้วก็จุดระเบิดด้วยหัวเทียน” 
         ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน “อาจารย์วิฑูรย์” มีข้อสรุปที่น่าสนใจว่า...ระบบการดัดแปลงเครื่องยนต์ดีเซลมาเป็นแก๊สยังคงเป็นหลักการเดิม ความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ มีบ้าง ก็คือการพัฒนาระบบจุดระเบิดให้ดีขึ้น ทันสมัยขึ้น ขณะเดียวกันอุปกรณ์แก๊สทันสมัยขึ้น ใช้งานง่าย และเป็นอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นกว่าเดิม
         "ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันก็คือสมัยก่อนไม่มีลักษณะการทำงานเพื่อการค้า ส่วนใหญ่จะเป็นแค่โครงการทดลอง ปัจจุบันนี้ไม่ต้องทดลองกันแล้ว ในเชิงเทคนิคมีความสมบูรณ์แบบ สามารถใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา บางครั้งที่ตลาดซบเซาลงก็เพราะราคาน้ำมันตกต่ำคนก็ไม่สนใจติดแก๊ส เพราะนโยบายของรัฐบาลบ้านเราไม่ได้สนับสนุนการใช้แก๊สอย่างเอาจริงเอาจังเหมือนรัฐบาลจีนหรืออินเดีย” 
 
แก๊สรถยนต์ถ้าติดตั้งได้มาตรฐานไม่ระเบิด
        และด้วยประสบการณ์ที่โชกโชนในศาสตร์แห่งแก๊สรถยนต์ “อาจารย์วิฑูรย์” ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทัศนคติหรือความเชื่อของคนไทยที่ปักใจเชื่อว่า “แก๊ส” เป็นพลังงานที่สุดแสนอันตรายและเสี่ยงต่อการระเบิดว่า ทั้งแอลพีจีและเอ็นจีวีถ้าติดตั้งได้มาตรฐานจะไม่มีการระเบิดอย่างแน่นอน...
        “เมื่อปี 1985 ผมมีโอกาสได้ไปดูโรงงานที่อิตาลี เขามีการทดลองดร็อปเทสต์ โดยการยกรถเฟียตเก่า ๆ ที่ติดตั้งแก๊สมาอัดแก๊สให้เต็ม แล้วใช้รถยกปล่อยให้ตกลงมาจนย่นและท่อแก๊สหัก แต่ปรากฏว่ารถไม่ระเบิด ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่ารถที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงมีความปลอดภัยในระดับที่น่าพอใจ”
         สิ่งที่สามารถยืนยันได้ก็คือคุณสมบัติพื้นฐานของแก๊สนั่นเอง โดยในส่วนของเอ็นจีวีไม่มีปัญหาไฟไหม้  แต่ต้องระมัดระวังเรื่องแรงดัน ซึ่งรถทุกคันที่ติดเอ็นจีวีจะต้องใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และการติดตั้งต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ซี่งหน่วยงานของรัฐ และปตท.ได้มีการกวดขันอย่างรอบคอบรัดกุมอยู่แล้ว 
         “แอลพีจียังมีความเสี่ยงในเรื่องไฟไหม้ ในกรณีที่ติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งถ้าหากมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ก็จะสามารถยกระดับแอลพีจีขึ้น และสามารถช่วยเหลือคนในเรื่องของความประหยัดน้ำมันได้ในวงกว้าง และน่าจะทำให้ทุกอย่างปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม”
         ทั้งนี้ทั้งนั้น “อาจารย์วิฑูรย์” นับเป็นบุคลากรในวงการแก๊สรถยนต์ที่ให้ความสำคัญต่อการยกระดับมาตรฐานการติดตั้งแก๊สรถยนต์ โดยได้แบ่งเวลาบางส่วนไปบรรยายความรู้เกี่ยวกับแก๊สรถยนต์ให้สถาบันต่าง ๆ หลายแห่ง อาทิเช่นสถาบันเทคโนโลยีราชบุรี และเพชรบุรี นอกจากนี้ยังได้ไปบรรยายที่คณะวิศวกรรมเครื่องกล กำแพงแสน ซึ่งในจุดนี้เป็นกิจกรรมที่ทำเพื่อความปลอดภัยในวงการแก๊สรถยนต์
 
เลือกใช้ “แอล” หรือ “เอ็น” ต้องดูความพร้อม 
        อย่างไรก็ตาม กับปัญหายอดฮิต จะติดแก๊สทั้งทีควรใช้แอลพีจีหรือเอ็นจีวีนั้น “อาจารย์วิฑูรย์” มีความเห็นว่าควรให้โอกาสในการเลือก โดยการให้ข้อมูลทั้งข้อดีข้อเสียของแก๊สทั้งสองชนิดให้กับผู้ใช้อย่างครบถ้วน และถ้ารัฐบาลอยากส่งเสริมให้คนใช้เอ็นจีวีมาก ๆ ควรมีความพร้อมในเรื่องสถานีมากกว่านี้
        “ส่วนตัวผมเห็นว่ารถใหญ่ไม่เหมาะกับแอลพีจี เพราะราคาแพงกว่าเอ็นจีวี แต่สำหรับรถบ้านถ้าบอกว่าราคาเอ็นจีวีถูกกว่าแอลพีจี แต่ถ้าในชีวิตประจำวันของเขาไม่ได้เดินทางผ่านปั๊มเอ็นจีวี ย่อมมีความจำเป็นในการใช้แอลพีจี คือจะเลือกใช้อะไรต้องสอดคล้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน”
         แต่ถ้าถามว่าจะให้ฟันธงอย่างชัดเจนว่าควรเลือกใช้อะไรนั้น อาจารย์มีความเห็นว่าควรจะให้คนที่มีความรู้ทางด้านเครื่องยนต์และแก๊ส รวมทั้งคนใช้งานนำไปคิดเป็นการบ้านมากกว่าการปล่อยให้นักธุรกิจการเมืองผูกขาดการคิด...เหมือนอย่างที่เป็นกันอยู่ทุกวันนี้


โปรดอ่านกฏกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ของสงวนสิทธิื์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจ้งเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น

All site contents copyright© by Gas for cars Magazine All Rights Reserved.   
Popular Tags: gas, lpg, ngv, น้ำมัน, ติดแก๊ส, รถติดแก๊ส