www.gasforcars.net
แม้ว่าแก๊ส LPG/CNG จะได้รับการยอมรับในฐานะพลังงานทดแทนมากขึ้น แต่ผู้ใช้รถยนต์ส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อว่าจะอย่างไรแก๊สก็มีข้อจำกัด ไม่สามารถให้สมรรถนะได้ทัดเทียมน้ำมัน
แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่าความเชื่อดังกล่าวกำลังจะล้าสมัย และถูกลบล้างด้วยเทคโนโลยีของอุปกรณ์แก๊สระบบหัวฉีดรุ่นใหม่ที่มีการพัฒนาให้สามารถใช้งานได้ใกล้เคียงระบบหัวฉีดน้ำมันของรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ชนิดหายใจรดต้นคอเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ติดตั้งแก๊สส่วนใหญ่สะท้อนออกมาตรงกันก็คือรถยนต์ที่ใช้แก๊สได้ดีส่วนใหญ่มักจะเป็นรถสแตนดาร์ดธรรมดาทั่วไป ขณะที่ในส่วนของรถเทอร์โบ หรือรถที่วางเครื่อง 1J 2J ฯลฯ กลับยังเป็นปัญหาสำหรับอู่หรือศูนย์ติดตั้งแก๊สที่ขาดประสบการณ์ในการ “โม” เครื่องมาก่อน
ครับ ในเมื่อสนใจติดแก๊สให้รถซิ่งคันเก่ง ก็คงต้องฝากความหวังเอาไว้กับเกจิวงการรถซิ่งว่าจะสามารถเอาชนะข้อจำกัดของพลังงานประเภทแก๊สได้หรือไม่!!!
แล้วผมก็ได้รับข้อมูลใหม่ เมื่อ คุณสมชาย คูหาแก้ว “น้าอ๋อย” แห่งสำนักเอสที มอเตอร์ ชวนไปทดสอบรถเบนซ์สปอร์ต วางเครื่อง 2 J มี VTI ชิฟท์โทรนิค
“น้าอ๋อย” เล่าให้ฟังว่าได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของรถให้เป็นผู้วางเครื่องรถคันนี้ตั้งแต่อยู่ในสภาพรถเก่าหมดหมดสภาพ ต้องใช้เวลานานนับ 6 เดือน ในการฟื้นชีวิตรถคันนี้จากซากรถเก่าให้กลายเป็นเบนซ์สปอร์ตสุดหรู (ยุคสิบกว่าปีก่อน)ที่ยังคงความแรงตามสายพันธ์ดั้งเดิมเอาไว้อย่างครบถ้วน
หลังวางเครื่อง ทำบอดี้ออกมาใหม่เอี่ยมในสภาพพร้อมใช้งานเต็มพิกัด ชนิดที่เรียกว่าพอเติมน้ำมันเข้าไปก็วิ่งได้ปรู๊ดปร๊าดตามสไตล์รถเทอร์โบ แต่เจ้าของรถก็ยังไม่หยุดความพอใจไว้เพียงเท่านี้ ในเมื่อได้รถหรูพลังแรงแล้ว เขาก็คิดต่อไปว่าควรจะได้ความประหยัดควบคู่กันไปด้วย
ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงกลายเป็นที่มาของโจทย์ใหม่ ที่ “น้าอ๋อย” แห่งสำนัก “เอสทีมอเตอร์” ต้องคิดค้นหาวิธีเอาชนะข้อจำกัดของแก๊ส โดยการพยายามติดตั้งระบบหัวฉีดให้รถเบนซ์เทอร์โบวิ่งเรียบเนียนทัดเทียมน้ำมัน และตลอดเวลาที่ผ่านมาช่างติดตั้งแก๊สส่วนใหญ่มักพึ่งพิงชุดคิทสำเร็จรูปจากต่างประเทศ ซึ่งสามารถใช้ได้ดีในรถสแตนดาร์ด แต่ถ้าเป็นรถเทอร์โบหรือรถที่วางเครื่องใหม่นั้น ยังต้องอาศัยความชำนาญพิเศษของช่างบางคนในการคิดหาวิธีติดตั้งแก๊สให้สามารถวิ่งได้เต็มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์
“ผมใช้หลักการทำรถแข่งมาติดตั้งแก๊สให้กับรถคันนี้” คือเทคนิคที่เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ “น้าอ๋อย” สามารถติดตั้งแก๊สหัวฉีดให้รถเทอร์โบ และรถที่วางเครื่องแรง ๆ ได้อย่างไม่ยากเย็นจนเกินไปนัก
“อุปกรณ์ทุกชิ้นผมโมฯ (โมดิฟายด์) หมด พูดง่าย ๆ คือผมรื้อดูข้างในของอุปกรณ์ทั้งหมด แล้ววิเคราะห์ว่าอุปกรณ์ที่ได้มาจากฝรั่ง ทั้งหม้อต้ม หัวฉีด หรือกล่องอีซียูนั้นขาดเหลืออะไร จากนั้นก็เอาวิชาที่ทำรถแข่งมาประยุกต์ใช้ ฉะนั้นอุปกรณ์แก๊สทุกชิ้นที่ผมเลือกใช้ต้องแข็งแรง และสามารถทนความร้อนสูง เพราะรถเครื่องแรงต้องใช้กระแสไฟสูง ไฟต้องเข้มกว่าเดิมเพื่อให้สามารถจ่ายแก๊สได้มากขึ้น”
ถ้าหากพินิจดูเฉพาะหน้าตาภายนอก รถทุกคันที่ติดตั้งแก๊สจากสำนักนี้อาจไม่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากใช้อุปกรณ์มาตรฐานเหมือนศูนย์ติดตั้งแก๊สทั่วไป ดังนั้นสิ่งที่แตกต่างกลับเป็นภายในของอุปกรณ์ทุกตัวที่ล้วนแต่ผ่านการโมดิฟายด์ ขุด การสร้างให้สามารถดันแก๊สให้ขึ้นไปสุด โดยใช้หลักการเดียวกันกับการสร้างรถแข่ง ซึ่งเจ้าของสำนักมีความเชี่ยวชาญมานาน 20 กว่าปี
“เคล็ดลับอยู่ในกล่องที่ผมสั่งให้ฝรั่งเขียนโปรแกรมเพิ่มเติมเข้ามา ทั้งกล่องและหม้อต้มของผมไม่เหมือนกับของคนอื่นที่ส่วนมากเป็นชุดคิทสแตนดาร์ดทำให้มีข้อจำกัด เพราะถูกคิดขึ้นมาสำหรับรถยนต์ทั่วไป ซึ่งต่างจากอุปกรณ์ที่ผมสั่งทำเป็นพิเศษนั้น ถือว่าเป็นชุดที่ผมคิดขึ้นมาเอง”
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะบอกว่าความสามารถเฉพาะตัวของสำนัก เอสทีมอเตอร์ ก็คือการติดแก๊สให้รถรุ่นที่ทำยาก ๆ โดยไม่ยึดติดกับยี่ห้อของอุปกรณ์แก๊ส หากแต่เน้นให้ความสำคัญกับการเลือกใช้สินค้าเกรด A ทั้งหมด ซึ่งหากดูหน้าตาภายนอกอาจไม่แตกต่างจากอุปกรณ์แก๊สทั่วไป
สิ่งที่แตกต่างก็คือข้อมูลของซอฟท์แวร์ข้างในที่เป็นผลผลิตจากมันสมองของเกจิรถซิ่ง ซึ่งไม่เหมือนชุดคิทสำเร็จรูปทั่วไป
“ชุดคิททั่วไปเขาทำเป็นกลาง ๆ แต่ของผมทั้งหัวฉีด และหม้อต้ม ล้วนแต่เป็นอุปกรณ์ที่ผมสั่งทำพิเศษจากโรงงาน แต่อิงสแตนดาร์ด โดยใช้ระบบเดียวกับเรคคูเรเตอร์ ของระบบการจ่ายน้ำมัน ซึ่งผมเจอโดยบังเอิญ บนสมมติฐานว่าโมฯ แล้วจะเป็นไปได้ไหม แล้วลองเทสต์ดูด้วยตัวเอง ปรากฏว่าสามารถทำได้จริง และผมขอให้ฝรั่งทำรถแก๊สเทอร์โบมาแข่งในเมืองไทย ให้คนไทยได้ดูกันบ้างแล้วนำรถขึ้นไดโนเทสต์ เช็กแบบยึดหลักวิชาการ ลองอ่านกราฟเทียบดูอัตราเร่งเลยว่ารถของใครจะซิ่งได้เนียนกว่ากัน”
ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ “สำนักเอสทีมอเตอร์” มั่นใจถึงขั้นกล้าประกาศตัวว่าสามารถติดตั้งแก๊สได้ตั้งแต่บู้ทสแตนดาร์ดไปจนถึงบาร์อัพ ตั้งแต่บู้ทบาร์ 1-บาร์ 5
“ผมขอประกาศรับแก้งานที่ติดตั้งแก๊สแล้วมีปัญหาทุกรูปแบบ และถ้าหากคันไหนไม่จบก็ไม่ต้องจ่าย คุณสามารถรื้ออุปกรณ์ และขอคืนเงินโดยไม่คิดค่าแรง”
ทั้งนี้ “น้าอ๋อย” ได้พาทีมงาน “gas for cars” ไปนั่งทดสอบความแรงของรถเบนซ์เทอร์โบ พลังแก๊ส LPG บนถนนสุวินทวงศ์ในช่วงบ่ายแก่ ๆ ซึ่งมีปริมาณรถสัญจรไม่มากนัก เพื่อพิสูจน์ถึงสมรรถนะของรถเบนซ์ สปอร์ตเทอร์โบว่าหลังจากติดตั้งแก๊สไปแล้ววิ่งได้เรียบเนียนสมกับที่คุยไว้หรือไม่
เส้นทางทดสอบรถพลังแก๊สในครั้งนี้แม้จะเป็นระยะทางไม่ไกลมากนัก แต่สิ่งที่ผมได้สัมผัสก็คือความรู้สึกที่ไม่แตกต่างจากรถใช้น้ำมัน ทั้งในด้านอัตราเร่ง และการวิ่งที่เรียบเนียนไม่สะดุด รถสามารถเร่งความเร็วได้เท่าน้ำมันคือเร่งความเร็วได้ถึง 140-150 กม./ชั่วโมง ได้อย่างสบาย ๆ
สิ่งที่ได้นอกเหนือจากความสามารถในการขับขี่ที่ทัดเทียมกับน้ำมันแล้ว รถยังปราศจากกลิ่น และมลพิษ ขณะเดียวกันก็สามารถประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ถึง 60% เมื่อเปรียบเทียบกับรถที่ใช้น้ำมันเบนซิน 95
“มีช่างหลายคนบอกว่าในโปรแกรมบางทีปรับจูนไม่ได้ คือพอรถวิ่งด้วยแก๊สแล้วบู้ทเกินมาตรฐาน 7 ปอนด์ ระบบมักจะตัดแก๊สให้ไปใช้น้ำมัน ทำให้เกิดปัญหากินทั้งแก๊สและน้ำมัน ซึ่งรถที่ติดแก๊สจากผมไปแล้วจะไม่มีปัญหาตรงนี้ เพราะผมหาปัญหาดังกล่าวเจอ และสามารถแก้ไขได้แล้ว” “น้าอ๋อย” กล่าวสรุปในตอนท้าย
All site contents copyright© by Gas for cars Magazine All Rights Reserved.   
Popular Tags: gas, lpg, ngv, น้ำมัน, ติดแก๊ส, รถติดแก๊ส